Like on Facebook

อดีตสมภารหึงสาวท้อง 8 เดือนขับรถบี้ไล่ฟันดับ ผัวใจสลายลูกดิ้นคาศพ ผ่าแยกเด็กหวั่นเฮี้ยน (คลิป)



จากกรณีเมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 15 มิ.ย. 63 ร.ต.อ.สุริยา ลีนุรัตน์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.หินเหล็กไฟ นำตัวนายอุ่ม ดีรื่นรัมย์ หรือ อดีตพระอุ่ม อายุ 57 ปี เจ้าอาวาสวัดใน จ.บุรีรัมย์ ไปทำการสึก และคุมตัวมาสอบสวน พร้อมอาวุธมีดอีโต้ความยาวกว่า 60 ซม. หลังก่อเหตุใช้มีดฟันหญิง อายุ 33 ปี ท้องแก่ 8 เดือนตายทั้งกลม จนเด็กในท้องดิ้นตายด้วย เหตุเกิดที่บ้านหนองบัวพัฒนา ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์






ที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.ลำไพ อายุ 33 ปี ท้องแก่ 8 เดือน นอนเสียชีวิตที่หน้าบ้านญาติ สภาพถูกของมีคมฟันตามใบหน้า ร่างกาย และแขนมีแผลฉกรรจ์กว่า 10 แผล เจ้าหน้าที่จึงส่งศพไปที่ รพ.บุรีรัมย์ เพื่อทำการชันสูตร





ล่าสุดวันที่ 16 มิ.ย.63 ร.ต.อ.สุริยา ลีนุรัตน์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.หินเหล็กไฟ พร้อมเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 10 นาย ควบคุมตัวนายอุ่ม ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุ บนถนนในหมู่บ้านใหม่เจริญสุข หมู่ 19 ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง


โดยทันทีที่มาถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจกันไม่ให้ชาวบ้านที่มาเฝ้ารอดูการทำแผนเข้าใกล้ เพราะเกรงจะเกิดความชุลมุนวุ่นวาย จากนั้นก็นำตัวผู้ต้องหาลงจากรถไปชี้จุดที่ขับรถตู้พุ่งชนรถกระบะของผู้ตายและสามี ก่อนจะพาเดินไปชี้จุดที่ใช้มีดอีโต้ฟันนางลำไพ โดยใช้เวลาทำแผนไม่ถึง 5 นาที ก็รีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถกลับไปโรงพักทันที


โดยขณะทำแผน ผู้ต้องหามีสีหน้าเคร่งเครียด ให้ข้อมูลว่า ตนก่อเหตุฆ่านางลำไพจริง เพราะบันดาลโทสะ หลังถูกผู้ตายโทรศัพท์ขู่ขอเงินหลายครั้ง หากไม่ให้จะแฉความสัมพันธ์ลับ และยอมรับว่าก่อนบวช เคยรู้จักสนิทสนมกับผู้ตายจริง


นางไม พี่สาวผู้เสียชีวิต บอกว่า ตนรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พราะคนก่อเหตุเป็นถึงเจ้าอาวาส อยู่ในผ้าเหลืองถือศีล ชาวบ้านเคารพศรัทธา น่าจะมีความยับยั้งชั่งใจและเมตตาบ้าง ทำได้อย่างไรกับคนท้อง โดยเฉพาะเด็กในท้องที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ซึ่งไม่ว่าชนวนเหตุจะเกิดจากอะไรก็ไม่สมควรจะกระทำโหดเหี้ยมแบบนี้


ส่วนสาเหตุหรือเรื่องส่วนตัวที่จะมีความสัมพันธ์อะไรกันหรือไม่ ก็ไม่มีใครรู้ เพราะไม่มีหลักฐาน เป็นเพียงข่าวลือ และคำกล่าวอ้างของผู้ก่อเหตุ เพราะคนตายไม่สามารถพูดได้แล้ว ตนก็อยากให้ความเป็นธรรมกับน้องที่เสียชีวิตไปแล้วด้วย ให้คนก่อเหตุถูกลงโทษประหารชีวิต ตายตกไปตามกัน





ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปที่บ้านจุดเกิดเหตุ บริเวณหมู่ที่ 19 ต.ตูมใหญ่ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ครอบครัวได้นำศพมาจัดตั้งพิธีสวดอภิธรรมศพที่บ้าน บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า


นายนายธรรมปพน อายุ 43 ปี ส.อบต. สามีผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนเองคบหาดูใจกับ น.ส.ลำไพ ประมาณ 1 ปีกว่า มีลูกด้วยกันอยู่ในครรภ์ และเสียชีวิตดิ้นตายตามภรรยา ส่วนกรณีที่นายอุ่มเคยคบหาดูใจกับภรรยาของตนเองมาก่อนหน้าตนเองหรือไม่ ตนเองก็ไม่ทราบ เพราะขณะคบกัน น.ส.ลำไพ ไม่เคยพูดถึง อีกทั้งตนเองกับนายอุ่มก็เคยเจอกันอยู่บ่อยครั้ง เวลาตนเองเดินทางไปทำกิจกรรมที่วัด แต่ก็ไม่เคยรู้ หรือได้ยินเรื่องของ น.ส.ลำไพ ออกจากปากนายอุ่มเลย


กระทั่งวานนี้ 15 มิ.ย.63 หลังจากที่ตนเองเลิกงาน น.ส.ลำไพ โทรมาบอกตนเองว่าให้ไปรับที่บ้าน เพราะจะพาคนที่บ้านไปหาหมอ ตนเองจึงขับรถไป ขณะที่จะขับรถออกจากหน้าบ้าน นายอุ่มขับรถตู้ของวัดมาพุ่งชนหน้ารถของตนเอง ปากของตนเองไปกระแทกกับพวงมาลัยรถจนแตก เย็บ 5 เข็ม น.ส.ลำไพ เปิดประตูลงจากรถ นายอุ่มก็ใช้มีดอีโต้ ยาว 1 ช่วงแขน วิ่งตามไปฟันที่ข้อแขนด้านซ้าย จนล้มลงกับพื้น แล้วคล่อมร่างฟันซ้ำเข้าที่ศีรษะหลายครั้ง เสียชีวิตคาที่


จากนั้น สัปเหร่อทำพิธีจุดธูป-เทียนทำน้ำมนต์พรมศพผู้เสียชีวิต และเรียกญาติทำการขอขมากรรม เพื่อเป็นการอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน







นายช้อย ดาวเรือง อายุ 70 ปี สัปเหร่อ เปิดเผยว่า พิธีกรรมนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ คนมีหน้าที่สัปเหร่อต้องทำให้กับผู้ที่เสียชีวิต ลักษณะการทำพิธี ใช้ธูป เทียน ขันน้ำ น้ำเพื่อปลุกเสกทำน้ำมนต์ ของไหว้ใส่ใบตอง พร้อมกับข้าว ปักธูปวางไว้ 4 มุมโลงศพ เสมือนเป็นการให้ผู้ที่เสียชีวิตได้รับสิ่งดี หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว



หลังจากนั้น จะเข้าสู่การทำพิธีขอขมากรรม โดยจะให้ญาติผู้เสียชีวิตนำดอกไม้มาคนละ 1 ช่อไหว้ศพ เพื่อเป็นการตัดกรรม อโหสิกรรมต่อกันและกัน ก่อนจะนำไปเผาที่วัด หลังจากที่ครบกำหนดสวดอภิธรรมแล้ว โดยศพของผู้เสียชีวิตถือเป็นศพที่ตายโหง ตายท้องกลม ดังนั้นจะไม่สามารถเผาแยกระหว่างแม่กับลูกได้ ไม่งั้นจะเกิดความเฮี้ยน จึงต้องทำการเผาร่างของทั้ง 2 ศพไปพร้อมกันตามความเชื่อของคนโบราณ


ด้านนายวิเชษฐ์ อายุ 36 ปี น้องชายของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า หลังจากทราบเรื่อง ตนเองและคนในครอบครัวต่างก็พากันช็อก ไม่คิดว่าพี่ชายจะไปก่อเหตุดังกล่าวได้ ยอมรับว่าพี่ชายเคยคบกับ น.ส.ลำไพจริง แต่นานมาแล้ว ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าเลิกรากันเพราะอะไร กระทั่งพี่ชายไปบวช จนได้เป็นเจ้าอาวาส



หลังจากเกิดเหตุ ตนเองรู้สึกเสียใจและอยากขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิต อีกทั้งทางครอบครัวยืนยันว่าจะช่วยเหลือชดใช้ให้กับทางครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยไม่คิดหนีหรือละเลย ส่วนพี่ชาย ก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ตนเองเชื่อว่าใครทำอะไรไว้ก็ต้องชดใช้กรรม
Share on Google Plus

About 34

This is a short description in the author block about the author. You edit it by entering text in the "Biographical Info" field in the user admin panel.